การทำ SEO เบื้องต้นสำหรับมือใหม่

การทำ SEO เบื้องต้น การทำ SEO เบื้องต้น

 

การทำ SEO

เมื่อพูดถึงการทำ SEO แล้วประมาณ 3 วันก่อนผมเกิดไอเดียหนึ่งขึ้นมาคืออยากเขียนบทความที่พูดถึงการทำ การทำ SEO เบื้องต้น ให้คนที่ไม่เคยมีพื้นฐานการทำ SEO หรือแม้แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า SEO คืออะไร สามารถเข้ามาอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายๆว่า SEO คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร แล้วจะลงมือทำเบื้องต้นได้อย่างไร นั่งเขียนอยู่ 1 วันเต็มจนกระทั่งออกมาเป็นบทความนี้ครับ

เวลาได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับการทำ SEO ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะติดภาพการทำเงินออนไลน์พวก Affiliate ต่างๆหรือทำ SEO เพื่อหาเงินจาก Adsense ในความเป็นจริงแล้วประโยชน์ของการทำ SEO ยังมีมากกว่านั้นอีกเยอะมากๆ มันคือหนึ่งในหลายๆกระบวนของการตลาดออนไลน์ที่ใช้สำหรับโปรโมทสินค้าและสร้างแบรนด์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เบรคเอาไว้ตรงนี้ก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวไปอ่านกันเต็มๆด้านล่าง

เนื้อหาของบทความนี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

  1. ขั้นแรก ผมจะพาไปทำความรู้จักก่อนว่า SEO คืออะไร สำหรับคนที่รู้อยู่แล้วก็ข้ามไปอ่าน 2 ได้
  2. แล้วการทำ SEO มันมีประโยชน์ต่อธุรกิจของเราอย่างไร
  3. กระบวนการทำงานของ Google ในการคัดเลือกเว็บไซต์
  4. วิธีทำ SEO On-page และ SEO Off-Page
  5. ทำ SEO อย่างไรให้ติดหน้าแรก Google
  6. สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำ SEO

ก่อนอื่นผมแจ้งไว้ก่อนเลยว่าบทความนี้ยาวมากๆ แต่เมื่ออ่านจบแล้วคุณได้รู้วิธีทำ SEO ด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น แม้ว่าคุณไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อนก็สามารถอ่านได้ครับ

การทำ SEO คืออะไร

ถ้าถามว่า SEO คืออะไร ผมว่าทุกคนคงพอจะมีคำตอบในใจบ้างอยู่แล้ว นิยามของ SEO นั้นมีมากมายขึ้นอยู่กับว่าสำนักไหนจะพูดถึงมันในมุมไหน ทำให้คำถามที่ว่า SEO คืออะไรนั้นสามารถอธิบายได้อย่างหลากหลายมากๆ แต่ในมุมของผมแล้ว การทำ SEO คือกระบวนการที่เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อดันอันเว็บไซต์ของเราให้ติดหน้าแรก Google ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่ง การโปรโมท การสร้าง Content ทุกอย่างเป็นไปเพื่อการดันเว็บไซต์ของเราให้ติดหน้าแรก Google ให้ได้

ภาพด้านล่างนี้คือ หน้าผลการค้นหาจาก Google ที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดี มันมีชื่อเรียกสั้นๆว่า SERP (Search Engine Result Page) คำถามคือในหน้าผลการค้นหานี้ Google ใช้หลักการอะไรในการเลือกเว็บไซต์ขึ้นมาแสดง แล้ว Google ตัดสินใจจากอะไรว่าเว็บไซต์ไหนควรอยู่ในอันดับหนึ่ง สอง สาม คำถามเหล่านี้แหละครับที่นำเราไปสู่การทำ SEO มันคือการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้ Search Engine ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น Google Bing Yahoo เลือกเว็บไซต์ของเราขึ้นติดหน้าแรก

 

ทำ SEO ไปเพื่ออะไร

แล้วการทำ SEO มันมีประโยชน์กับเราอย่างไร ทำไมเราจึงต้องศึกษาการทำ SEO กันด้วย ทำไมบางบริษัทจึงยอมจ่ายเป็นหลักแสนเพื่อจ้างทำ SEO ทำไมมันถึงกลายเป็นหัวข้อยอดนิยมทุกครั้งเวลาพูดถึงการทำการตลาดออนไลน์

ก็เพราะนั่นจะนำมาซึ่งโอกาสมหาศาลในโลกออนไลน์ครับ ทุกครั้งเวลาต้องอธิบายถึงประโยชน์ของ SEO ผมมักจะเปรียบเทียบกับการเปิดร้านอาหารในทำเลที่ดี ถ้าร้านอาหารของเราอยู่ในทำเลที่ดี เดินทางสะดวก จอดรถง่าย อาหารอร่อยแน่นอนว่าลูกค้าย่อมเต็มร้านของเราอย่างแน่นอน

ในทางกลับกันถ้าร้านอาหารอีกร้านหนึ่งที่อร่อยไม่แพ้กันแต่ทำเลไม่ดี เดินทางลำบาก รถติด ไม่มีที่จอดรถ อยู่ในซอยลึก ซอยแคบ รถเบียด น้ำท่วม ถนนหลื่น หมาเห่า แมวเดินตัดหน้ารถ (พอเถอะๆ 555) แน่นอนว่าอาจจะมีบางคนที่ยอมลำบากไปกิน แต่ก็มีอีกหลายๆคนที่ขอบาย

มันก็เหมือนกับการทำ SEO นั่นแหละครับ ถ้าเว็บไซต์ของติดหน้าแรก Google ได้นั่นหมายความว่าทำเลของเว็บไซต์เราดีมากๆ ลูกค้าสามารถค้นหาเจอได้ง่าย เมื่อลูกค้าค้นหาเจอได้ง่ายโอกาสอื่นๆก็ตามมาอีกเพียบ คนเข้าเว็บไซต์มากขึ้น ขายของได้มากขึ้น คนสมัครบริการมากขึ้น รายได้มากขึ้น คนรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น คุณว่ามีประโยชน์มั้ยล่ะ 555

เข้าใจการทำงานของ Google

ลากยาวเกี่ยวกับประโยชน์ของการทำ SEO ไปแล้ว ก็เพื่อจะบอกสั้นๆว่า “ทำ SEO เถอะครับ มันมีประโยชน์แน่นอน” แต่ก่อนที่จะทำ SEO เราควรเข้าใจกระบวนการทำงานของ Search Engine (อย่างเช่น Google) เสียก่อนว่ามันทำงานอย่างไรกว่าที่จะค้นหาเว็บไซต์ออกมาให้เราได้

โดยกระบวนการทำงานของ Google อธิบายง่ายๆตามสไตล์ของผม แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆดังนี้ครับ

  1. การทำงานของ Google จะเริ่มต้นจากการส่งหุ่นยนต์หรือที่คนในวงการ SEO เรียกกันว่า Googlebot ออกไปเก็บข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆทั่วโลก โดย Googlebot จะวิ่งไปตามเว็บไซต์ต่างๆด้วยลิงค์ที่เชื่อมโยงหากันเพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละเว็บไซต์ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตนั้นนำเสนอเนื้อหาเรื่องอะไร และ เป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword คำอะไรบ้าง
  2. เมื่อ Googlebot ออกไปเก็บข้อมูลมาแล้วว่าแต่ละเว็บไซต์เกี่ยวข้องกับอะไรบ้างก็จะนำมาเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Indexing) โดยผ่านอัลกอริทึ่มที่คิดค้นขึ้นมาโดยวิศวกรระดับหัวกะทิในการจัดเก็บและแยกประเภทของเว็บไซต์
  3. เมื่อผู้ใช้ทำการค้นหาด้วย Keyword คำใดๆก็ตาม Google ก็จะแสดงผลการค้นหาเป็น List ของเว็บไซต์ที่ถูกจัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูล แน่นอนว่ามันจะถูกจัดเรียงในหน้า SERP ด้วยอัลกอริทึ่มที่มีมากกว่า 200 ปัจจัยเพื่อเลือกว่าเว็บไซต์ใดจะได้อยู่ในอันดับ 1 2 3 ตามลำดับไล่ไปเรื่อยๆ

นี่ก็เป็นสรุปกระบวนการทำของ Google แบบคร่าวๆ 3 ขั้นตอนนะครับ

วิธีทำ SEO

แล้วก็มาถึงส่วนสำคัญของบทความนี้ นั่นก็คือวิธีการทำ SEO เบื้องต้นด้วยตัวเอง โดยในบทความนี้จะขอแนะนำการทำ SEO เบื้องต้นสำหรับมือใหม่ที่สามารถอ่านแล้วนำไปปรับใช้ได้ในทันที

โดยสากลแล้วกระบวนการทำ SEO จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งใหญ่ๆคือ

1.SEO On page การปรับแต่งภายในเว็บไซต์

SEO On-Page คือการปรับแต่งภายในเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้เว็บไซต์มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่ต้องการจะทำ SEO เช่นการเขียนบทความที่แทรก Keyword เอาไว้ถือเป็นการทำ SEO On-page อย่างหนึ่ง การทำ SEO On page สามารถแยกหัวข้อย่อยๆได้ดังต่อไปนี้

1.1 สร้าง Content ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword

แน่นอนว่า Content คือสิ่งที่ทำให้ Google เลือกเว็บไซต์ของเรา ถ้าเราสร้าง Content ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาและเป็น Content ที่มีประโยชน์ ทำไม Google จะไม่เลือกเว็บไซต์ของเราล่ะ คำว่า Content ในที่นี้หมายถึงบทความ รูปภาพ วิดีโอ หรืออะไรก็ตามที่ใช้ในการนำเสนอเนื้อหากับผู้ค้นหา

หลักในการทำ SEO เบื้องต้นก็คือการแทรก Keyword เข้าไปในเนื้อหาของบทความนั้นๆรวมถึงการใส่ Keyword เข้าไปใน Meta tag ทั้ง Title และ Description ด้วยเพื่อเป็นการบอกให้ Googlebot รู้ว่า Content นี้เกี่ยวข้องกับ Keyword คำนั้นอยู่นะ ยิ่งใส่ Keyword เข้าไปเยอะยิ่งแสดงให้ Googlebot รู้ว่าบทความของเราเน้นไปที่ Keyword คำนั้น (แต่ไม่ควรอัด Keyword เข้าไปมากจนดูไม่เป็นธรรมชาติ)

แต่เพียงแค่ใส่ Keyword เข้าไปอย่างเดียวยังไม่เพียงพอเพราะ Google มีวิธีการเรียนรู้จากกลุ่มของคำ ทำให้บางครั้งมันสามารถรู้ได้ว่าบทความนั้นกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มี Keyword คำนั้นประกอบอยู่ในบทความเลยก็ตาม แต่ Google จะอาศัยคำอื่นๆที่เกี่ยวข้องและมีความหมายคล้ายๆกัน (Synonym Keyword)

ตัวอย่างการแทรก Keyword ลงใน Content

จากด้านบนเป็นตัวอย่างของบทความในเว็บไซต์ของผมเองที่มีการเล่น Keyword คำว่า Da และ Pa โดยเมื่อลองค้นหาใน Google ว่า “Da Pa คือ” จะทำให้ Google ไปเลือกเว็บไซต์ที่มี Content เกี่ยวข้องกับ Da Pa ขึ้นมาแสดงในหน้า SERP

1.2 ปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีประโยชน์

เว็บไซต์ที่มีประโยชน์มักจะมาพร้อมกับกลุ่มผู้ติดตามที่แน่นหนา ก็เหมือนเวลาเราเข้าเว็บไซต์ต่างๆก็เพื่ออ่านเนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับตัวเราจากเว็บไซต์นั้นๆ ดังนั้นเวลาสร้าง Content ให้คำนึงถึงประโยชน์ที่ผู้อ่านจะได้รับจากการเข้ามาเสพ Content นั้นด้วย ควรถามตัวเองอยู่เสมอทุกครั้งที่สร้าง Content ว่า “ทำไมคนอื่นจึงต้องอ่าน Content นี้”

นอกจากการทำเว็บไซต์ให้มีประโยชน์แล้ว การทำเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ยกตัวอย่างของเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพก็อย่างเช่น สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลไม่มีลิงค์เสีย การลดขนาดของ Landing page เพื่อให้สามารถดาวน์โหลดได้อย่างรวดเร็ว (แม้ในวันที่ Package 3G หมดแล้วก็ตาม) การหลีกเลี่ยงการใช้ Flash ที่ไม่ค่อยจะรองรับและทำให้เครื่องทำงานหนัก การทำเว็บไซต์ให้มีความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลของลูกค้า โครงสร้างของเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย และอื่นๆอีกมากมาย

1.3 รักษาประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้

User Experience ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการทำ SEO ที่ดี ยกตัวอย่างเช่นยุคปัจจุบันเป็นยุคที่ผู้คนใช้เวลากับ Mobile กันเป็นอย่างมาก เว็บไซต์ที่รองรับกับการใช้งานใน Mobile จะสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้ ผู้ใช้สามารถเสพเนื้อหาในเว็บของเราได้ทันที ไม่ต้องมาใช้นิ้วย่อ ถ่างขยายก่อน นอกจากนี้ User Interface หรือส่วนติดต่อกับผู้ใช้ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถ้า UI ของเว็บไซต์ใช้งานยากก็จะทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสนและไม่สามารถทำสิ่งที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องการได้

2. SEO Off Page การใช้ปัจจัยภายนอกเว็บไซต์

การทำ SEO Off-Page คือการใช้ปัจจัยภายนอกของเว็บไซต์มาช่วยในการโปรโมตเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักและสร้าง Traffic ที่มีคุณภาพเข้าสู่เว็บไซต์ โดยเมื่อพูดถึงการทำ SEO Off-Page มีอยู่คำหนึ่งที่คุณควรทำความรู้จักคือ Backlink

Backlink คือการทำลิงค์เชื่อมไปยังเว็บไซต์อื่นๆ คนส่วนใหญ่ทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่นๆก็เพื่ออ้างอิงหรือแชร์ลิงค์เว็บไซต์ที่ชอบ เพื่อแนะนำให้เพื่อนเข้ามาอ่านบทความนั้นๆ ทำให้ Google มองว่า Backlink เปรียบเสมือนกับการโหวต ถ้าเว็บไซต์ไหนได้รับ Backlink มากๆแสดงว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดี มีคุณภาพ จึงมีคนทำ Backlink เข้ามาหาเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็จะส่งผลดีต่ออันดับของเว็บไซต์ใน SERP ตามไปด้วย

แต่จำนวนของ Backlink อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ คุณภาพก็มีความสำคัญไม่แพ้ สิ่งหนึ่งที่ควรรู้เอาไว้ก็คือ Google ค่อยๆลดความสำคัญของ Backlink ลงเรื่อยๆ อ่านได้จากบทความนี้ครับ ควรทำอย่างไรกับ SEO ในวันที่ Backlink ถูกลดความสำคัญ

ตัวอย่างการทำ Backlink จาก Facebook

โดยนัยหนึ่งแล้ว การทำ SEO Off-page ก็คือการหา Backlink ที่สามารถสร้าง Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ได้ โดย Backlink ที่มีคุณภาพจะถูกโยงเข้ามาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคล้ายๆกันและเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ การโปรโมทเว็บไซต์สามารถทำได้ผ่าน Social Media ง่ายๆเพื่อสร้าง Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ ยิ่งเว็บไซต์ของเรามีคนเข้าชมมากๆนั่นย่อมส่งสัญญาณไปถึง Google ว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพและได้รับการยอมรับ ซึ่งจะส่งผลต่ออันดับในการค้นหาด้วย

ทำ SEO อย่างไรให้ติดหน้าแรก Google

การทำ SEO ที่ดีควรเน้นไปที่ประโยชน์ที่ผู้ค้นหาจะได้รับจากการเข้ามาเสพ Content ในเว็บไซต์ของเรา คนเราเวลาค้นหาใน Google ก็เพราะต้องการข้อมูลอะไรบางอย่างหรือต้องการแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง ถ้าเราสามารถสร้าง Content ที่ช่วยแก้ปัญหานั้นให้เขาได้นี่ถือเป็นการทำ SEO ที่ดีและ Google มองหาเว็บไซต์แบบนี้ ถ้าเขากำลังต้องการซื้อสินค้าอะไรบางอย่าง การทำ SEO ที่ดีควรจะบ่งบอกผู้ค้นหาให้ได้ว่าเว็บไซต์ของเรามีสิ่งนั้นคอยสนองเขาอยู่

นอกจากนี้การทำ SEO On-Page ที่ดีจะเป็นพื้นฐานของเว็บไซต์ที่ดี เว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบน Mobile ในยุคที่ Mobile กำลังครองเมืองจะได้เปรียบกว่าเว็บไซต์ที่ไม่รอบรับ เว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดได้รวดเร็วกว่าก็ย่อมได้เปรียบเว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดได้ช้า เว็บไซต์ที่จัดโครงสร้างของเว็บไซต์ได้ดี เข้าถึงส่วนต่างๆได้ง่ายจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาส่วนต่างๆได้ง่ายเช่นกัน

นี่คือแก่นของการทำ SEO ที่ดี มันไม่ใช่ความพยายามในการเอาชนะหุ่นยนต์ ไม่ใช่การเอาชนะอัลกอริทึ่มใดๆทั้งสิ้น แต่มันคือการพยายามสร้างเว็บไซต์ที่ทุกคนชอบ เมื่อผู้คนชอบแล้วเดี๋ยวหุ่นยนต์มันก็จะชอบเว็บไซต์เราเอง

Tags : wordpress,แบคลิ้ง

No Comments, Be The First!

Your email address will not be published.